ลิเวอร์พูลเจรจาสัญญาใหม่นิวบาลานซ์หวัง75ล้านป.ต่อปี

ลิเวอร์พูลเจรจาสัญญาใหม่นิวบาลานซ์หวัง75ล้านป.ต่อปี-ufa11-i99-บอลเด็ด-บอลเต็ง-พนันบอลออนไลน์-ลิเวอร์พูลลิเวอร์พูลเจรจาสัญญาใหม่นิวบาลานซ์หวัง75ล้านป.ต่อปี-ufa11-i99-บอลเด็ด-บอลเต็ง-พนันบอลออนไลน์-ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลเจรจาสัญญาใหม่นิวบาลานซ์หวัง75ล้านป.ต่อปี

เดลี่ เมล สื่อดังในอังกฤษ รายงานว่า ลิเวอร์พูล เปิดโต๊ะเจรจากับ นิว บาลานซ์ เพื่อทำการขยายสัญญาในการเป็นสปอนเซอร์ชุดแข่งของ “หงส์แดง” ซึ่งสัญญาเดิมจะหมดลงในฤดูกาล 2019-2020 โดยงานนี้ว่ากันว่าหากข้อตกลงสมบูรณ์จะทำให้ทีมได้รับเงินมูลค่าเทียบเท่ากับที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้รับจาก อาดิดาส ต่อปีเลยทีเดียว

ลิเวอร์พูลเจรจาสัญญาใหม่นิวบาลานซ์หวัง75ล้านป.ต่อปี-ufa11-i99-บอลเด็ด-บอลเต็ง-พนันบอลออนไลน์-ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลเจรจาสัญญาใหม่นิวบาลานซ์หวัง75ล้านป.ต่อปี-ufa11-i99-บอลเด็ด-บอลเต็ง-พนันบอลออนไลน์-ลิเวอร์พูล

 

เเทงบอลออนไลน์

ลิเวอร์พูล ยอดทีมขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดการเจรจากับ นิว บาลานซ์ แบรนด์กีฬาสัญชาติอเมริกัน เพื่อขยายสัญญาฉบับใหม่ในการเป็นผู้สนับสนุนชุดแข่งขันให้กับทีม โดย “หงส์แดง” หวังที่จะบรรลุข้อตกลงจำนวน 75 ล้านปอนด์ (ราว 3,225 ล้านบาท) ต่อปี เทียบเท่ากับสัญญาระหว่าง อาดิดาส กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สำหรับสัญญาปัจจุบันของ นิว บาลานซ์ ในการเป็นผู้สนับสนุนชุดแข่ง “หงส์แดง” ซึ่งมีมูลค่า 45 ล้านปอนด์ (ราว 1,935 ล้านบาท) ต่อปี จะสิ้นสุดลงในฤดูกาล 2019-2020 และตอนนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังเปิดการเจรจาเพื่อหวังที่จะมีการขยายสัญญาออกไปพร้อมกับจำนวนเงินที่เพิ่มมากขึ้น

 ในการเจรจาดังกล่าวมีรายงานว่า นิว บาลานซ์ พร้อมที่จะยื่นข้อเสนอเพิ่มจากเดิมอย่างน้อย 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,290 ล้านบาท) ต่อปี และในตอนนี้ยังไม่สามารถหาข้อตกลงที่ลงตัวได้

นับตั้งแต่ที่กลุ่มฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป ได้เข้ามาบริหารลิเวอร์พูล พวกเขาพยายามที่จะพัฒนาสโมสรแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการเซ็นสัญญาผู้สนับสนุนชุดแข่งเป็น “วอร์ริเออร์ส” ในช่วงฤดูกาล 2012-13 ก่อนที่จะทำการเปลี่ยนสปอนเซอร์เป็น “นิว บาลานซ์” ในฤดูกาล 2015-16

หลังจากนั้นไม่นานทีมได้แต่งตั้ง เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามากุมบังเหียน โดยเขาได้สร้างทีมด้วยการดึงนักเตะชั้นยอดมาร่วมทีมมากมายทั้ง โม ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่, อลีสซง เบ็คเกอร์ และ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และทีมกำลังทำผลงานได้ดีเยี่ยมรั้งตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ในซีซั่นปัจจุบัน

6 อันดับสโมสรมูลค่าสูงสุดในอังกฤษจากการจัดอันดับของ ฟอร์บส์ นิตยสารด้านการเงินระดับโลก  
1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อาดิดาส)    75 ล้านปอนด์ (ราว 3,225 ล้านบาท)
2. เชลซี (ไนกี้)            60 ล้านปอนด์ (ราว 2,580 ล้านบาท)
3. ลิเวอร์พูล (นิว บาลานซ์)        45 ล้านปอนด์ (ราว 1,935 ล้านบาท)
4. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ไนกี้)        41 ล้านปอนด์ (ราว 1,763 ล้านบาท)
5. อาร์เซน่อล (พูม่า)            30 ล้านปอนด์ (ราว 1,290 ล้านบาท)
6. สเปอร์ส (ไนกี้)            30 ล้านปอนด์ (ราว 1,290 ล้านบาท)


สนใจสมัครสมาชิกบริการ 24 ชม.

ลิเวอร์พูล ตอนนี้กำลังมาเเรงมาก ในที่สุด ก็ผงาดขึ้นนำหน้าเป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกอย่าง “ถาวร” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่แค่ “ชั่วคราว” เท่านั้น

หลังบุกไปพิชิตวูล์ฟส์ได้ 2-0 ก่อนที่แมนฯ ซิตี้จะโดนดีถูกคริสตัล พาเลซทีมรองบ่อนยกทัพมายัดเยียดความปราชัยให้ถึงเอติฮัด สเตเดี้ยมด้วยสกอร์ 3-2 ก็เท่ากับว่าหงส์แดงทำแต้มฉีกหนีทีมตราเรือใบเพิ่มเป็นสี่แต้มเข้าไปแล้ว

อันหมายความว่าทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์กุมความได้เปรียบในการลุ้นแย่งแชมป์มากขึ้นไปอีกเนื่องจากเร้ด แมชีนซึ่งยังไร้พ่ายสามารถแพ้ได้หนึ่งนัด และจะยังครองเก้าอี้จ่าฝูงได้ต่อไปในกรณีที่แชมป์เก่าสามารถเก็บสามแต้มเต็มไล่จี้ตามมาได้อย่างกระชั้นชิดมากขึ้น

อย่างไรก็ดี จากการกำหนดอัตราต่อรองล่าสุดของบริษัทรับพนันในอังกฤษโดยยึดเอาสกาย เบทเป็นที่ตั้ง ปรากฏว่าทีมรองจ่าฝูงอย่างแมนฯ ซิตี้ยังถูกคงสถานภาพให้เป็น “เต็งหนึ่ง” เอาไว้เช่นเดิม

หากแต่ “เต็งสอง” ลิเวอร์พูลในฐานะทีมจ่าฝูงถูกปรับลดราคาจ่ายลงไปเท่านั้น

คิดดูเอาก็แล้วกันว่าทั้งๆที่อุตส่าห์เร่งเครื่องแซงหน้าแมนฯ ซิตี้ได้สำเร็จ แต่เหมือนลิเวอร์พูลจะยังไม่ได้รับเครดิตจากร้านรับพนันมากเท่าที่ควร

ถามว่าทำไม ก็คงตอบได้ง่ายๆแค่ว่าบรรดาเซียนเหนือเซียนคงเชื่อมั่นว่าไม่ช่วงใดก็ช่วงหนึ่ง หงส์แดงน่าจะกลายสภาพเป็นหงส์ปีกหักเหมือนที่ผ่านๆมาอีกกระมัง

และที่สำคัญ นาทีนี้ทีมจากแอนฟิลด์ยังไม่ได้รับโทรฟี่สักหน่อย แถมการชิงชัยก็ยังเหลือเส้นทางอีกยาวไกล

กระนั้นก็เถอะ ต้องยอมรับว่าลิเวอร์พูลพิสูจน์ตัวเองได้ไม่เลวนับตั้งแต่ซีซั่น 2018/19 ออกสตาร์ต และมันฟ้องให้เห็นว่ากุนซือชาวเยอรมันแก้ปัญหาและจุดบกพร่องให้ทีมได้อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว

ดังจะเห็นว่าเครื่องจักรสีแดงเสียประตูอย่างจุ๋มจิ๋มที่สุดในลีกแค่ 7 ประตูจาก 18 นัดแม้จะสอบตาข่ายได้ไม่มากเท่ากับทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็เถอะ

อย่างที่รู้ๆกันอยู่นั่นแหละว่าลิเวอร์พูลมีเกมรุกที่ฉกาจฉกรรจ์อยู่แล้วกับการมีสามประสานอย่างซาดิโอ มาเน่ , โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และโมฮาเหม็ด ซาล่าห์คอยสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับแผงหลังทีมคู่แข่ง

หากแต่เกมรับของถิ่นแอนฟิลด์ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง และคล็อปป์เองก็รู้ดีจึงจัดการแก้ไขได้อย่างลุล่วง

ไล่ตั้งแต่การทุ่มเงินซื้อเฟอร์จิล ฟาน ไดค์มาคุมเกมรับ และถึงซีซั่นนี้เซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติฮอลแลนด์พัฒนาบทบาทและความแข็งแกร่งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดจนสามารถคุยโวได้แล้วว่าเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลกสำหรับนาทีนี้

ยิ่งไปกว่านั้น ในซีซั่นนี้เร้ด แมชีนก็เทกระเป๋าอีกหนฉุดอลิสซงมาเฝ้าตาข่าย และนายทวารทีมชาติบราซิลสามารถตอบโจทย์ได้อย่างยอดเยี่ยมโดยมีส่วนสำคัญทำให้ทีมไร้พ่ายอีกราย

เท่านั้นไม่พอ คล็อปป์ยังเพิ่มกองหนุนด้วยการคว้าเซอร์ดาน ชากิรี่มารับบทเป็นตัวทีเด็ดอยู่ที่ข้างสนามอีกด้วย

สรุปว่าซีซั่นนี้ลิเวอร์พูลมีขุมกำลังในเชิงลึกที่เพียบพร้อมต่อการไล่ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัวแล้ว

อย่างไรก็ตามที การคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกไม่ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่เดือนธ.ค.และจากอดีตที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลเองก็เคยตกม้าตายมาแล้วถึงสองหนแม้จะเคยนำหน้าเป็นจ่าฝูงในเดือนสุดท้ายของปี

ถ้าจะมองว่าฝรั่งมังค่าให้ความสำคัญในเรื่อง “สถิติ” ก็อาจเป็นไปได้ที่ทำให้พวกเขาเชื่อว่าลิเวอร์พูลยังไม่ได้เหนือไปกว่าแมนฯ ซิตี้นอกจากการเป็นทีมนำก็แค่นั้นเอง

ประกอบกับวลีเด็ดที่ว่า “เส้นทางยังเหลืออีกยาวไกล” ก็พอจะทำให้เข้าใจได้ว่าทีมตราเรือใบยังมีโอกาสป้องกันแชมป์ได้ไม่น้อยไปกว่าการสร้างประวัติศาสตร์เป็นครั้งแรกของถิ่นแอนฟิลด์

แต่นอกเหนือจากบริษัทรับพนันแล้ว รอย ฮ็อดจ์สันผู้จัดการทีมคริสตัล พาเลซก็เป็นอีกรายที่เชื่อว่าไม่ช้าก็เร็วประเดี๋ยวลิเวอร์พูลก็จะแพ้เหมือนกับทุกทีมนั่นแหละ

นี่คือทรรศนะของอดีตนายใหญ่เร้ด แมชีนซึ่งปลอยประโลมเป๊ปว่าไม่ต้องเป็นกังวลไปหลังสำแดงฝีมือพาดิ อีเกิ้ลส์บุกไปจมเรือใบถึงถิ่น

ไม่แน่ใจว่าปู่รอยแสดงมุมมองออกมาด้วยประสบการณ์อันยาวไกลในอาชีพ หรือจะเป็นเพราะมีอดีตที่ไม่สู้ดีกับละแวกเมอร์ซีย์ไซด์

แต่จะอย่างไรช่าง กองเชียร์เดอะ ค็อปน่าจะอุ่นใจกันได้ไม่น้อยเมื่อคล็อปป์เผยว่าอาจมีการเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่เพิ่มอีกในเดือนม.ค.นี้

ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็หมายความว่าผู้จัดการทีมเฮฟวี่เมทัลพร้อมพาทีมเดินหน้าคว้าแชมป์อย่างเต็มตัวโดยไม่คิดเปิดช่องว่างให้กับความล้มเหลวอีกต่อไป

แต่สุดท้ายแล้ว มันจะเกิด “อุบัติเหตุ” เหมือนที่บริษัทรับพนันเชื่อกันหรือไม่ คงต้องบอกว่าจากนี้ไปทุกอย่างอยู่ในความควบคุมของลิเวอร์พูลเองแล้ว