ขยี้ไม่เลิกหลัง สื่อผู้ดีแฉสนั่นแข้งสำคัญโทรหาเอ็ดสั่งปลดมู

ขยี้ไม่เลิกหลัง-สื่อผู้ดีแฉสนั่นแข้งสำคัญโทรหาเอ็ดสั่งปลดมูขยี้ไม่เลิกหลัง-สื่อผู้ดีแฉสนั่นแข้งสำคัญโทรหาเอ็ดสั่งปลดมู

ขยี้ไม่เลิกหลัง สื่อผู้ดีแฉสนั่นแข้งสำคัญโทรหาเอ็ดสั่งปลดมู

สื่อผู้ดี ขยี้ไม่เลิกหลังมีการแฉสนั่นว่านักเตะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ส่งลงสนามอย่างต่อเนื่องในซีซั่นนี้ คือแข้งสำคัญที่เป็นคนโทรหา เอ็ด วู้ดเวิร์ด ซีอีโอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อบอกให้เขารีบไล่ กุนซือชาวฝอยทอง ออกจากทีมก่อนที่ “ผีแดง” จะย่ำแย่กว่านี้ แทงบอลออนไลน์ ufa11

ขยี้ไม่เลิกหลัง-สื่อผู้ดีแฉสนั่นแข้งสำคัญโทรหาเอ็ดสั่งปลดมู

ขยี้ไม่เลิกหลัง-สื่อผู้ดีแฉสนั่นแข้งสำคัญโทรหาเอ็ดสั่งปลดมู

เดอะ ซันเดย์ ไทม์สสื่อชั้นนำในประเทศอังกฤษ เปิดเผยเบื้องลึกเบื้องหลังการสั่งปลด โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกส ว่ามีสตาร์ลูกหนังประจำทัพแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อสายตรงถึง เอ็ด วู้ดเวิร์ด ประธานบริหารให้รีบไล่ “เฮียมู” ออกจากตำแหน่ง

มูรินโญ่ โดนสั่งเด้งฟ้าผ่าเมื่อวันอังคารที่แล้ว หลังจากที่แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มต้นเกมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้อย่างย่ำแย่ และฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นหลังทีมออกไปแพ้แบบสู้ไม่ได้ต่อ ลิเวอร์พูล ในเกม “แดงเดือด” ทำให้สโมสรตัดสินใจไล่ กุนซือชาวโปรตุกีสออกจากตำแหน่ง

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวแพร่สะพัดว่า วู้ดเวิร์ด ได้เข้าไปปรึกษากับบรรดานักเตะ “ปีศาจแดง” เกี่ยวกับอนาคตของ มูรินโญ่ หนึ่งวันก่อนที่จะมีการประกาศไล่ มูรินโญ่ ออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมว่า ซีอีโอคนดังได้รับคำแนะนำจากหนึ่งในลูกทีมของ “เฮียมู” ให้รีบไล่เขาออกจากทีม

ล่าสุด เดอะ ซันเดย์ ไทม์ส รายงานว่ามีหนึ่งในนักเตะตัวแสบคนดังกล่าวเป็นผู้เล่นที่ มูรินโญ่ ส่งลงสนามอย่างต่อเนื่องตอนที่เขายังคุมทีม เป็นคนโทรหา วู้ดเวิร์ด หลังจากที่ทีมแพ้ยับที่สนามแอนฟิลด์ เพื่อบอกให้เขารีบจัดการอัปเปหิ อดีตเทรนเนอร์อินเตอร์ มิลาน, เรอัล มาดริด และ เชลซี ออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ดูเพิ่มเติม.. ข่าวฟุตบอล

ประวัติ โชเซ่ มูรินโญ่

เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลและอดีตนักฟุตบอลชาวโปรตุเกส เกิดเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963)

มูรินโญ่ได้รับการยกย่องจากผู้เล่น ผู้ฝึก และผู้ประกาศข่าวกีฬาหลายคนว่าเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก และยังได้รับเกียรติจากสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกสในปี ค.ศ. 2015 ว่าเป็นผู้ฝึกสอนชาวโปรตุเกสที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษนี้ มูรินโญ่เริ่มต้นอาชีพสายฟุตบอลด้วยการเป็นผู้เล่นในดิวิชัน 2 ของโปรตุเกส เขาเรียนจบวิทยาศาสตร์การกีฬาจากมหาวิทยาลัยเทคนิคลิสบอนและเข้ารับการอบรมหลักสูตรการเป็นผู้ฝึกในสหราชอาณาจักร ในขณะที่อยู่ในลิสบอนเขาทำงานเป็นครูพลศึกษาและหาประสบการณ์ทำงานในด้านอื่น ๆ โดยการเป็นผู้ฝึกทีมเยาวชน แมวมอง และผู้ช่วยผู้จัดการ ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1990 เขาได้รับมอบหมายให้เป็นล่ามของเซอร์บ็อบบี ร็อบสัน ในช่วงที่ร็อบสันทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมสปอร์ติงลิสบอน และสโมสรฟุตบอลโปร์ตูในโปรตุเกส และสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาในสเปน หลังจากร็อบสันจากบาร์เซโลนาไป มูรินโญ่ตัดสินใจอยู่ที่สโมสรเดิมโดยทำงานร่วมกับลูวี ฟัน คาล ซึ่งมาทำหน้าที่แทนร็อบสัน

มูรินโญ่เริ่มงานสั้น ๆ โดยเป็นผู้จัดการให้กับไบฟีกาและอูนีเอาดือไลรีอาซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยสามารถพาไลรีอาไปอยู่อันดับที่ 5 ของลีกซึ่งเป็นอันดับสูงสุดที่ทีมเคยทำได้ มูรีนโยกลับไปอยู่กับโปร์ตูช่วงต้นปี ค.ศ. 2002 ในตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกและนำทีมชนะปรีไมราลีกา โปรตุเกสลีกคัพ และยูฟ่ายูโรปาลีกในปี ค.ศ. 2003 ในฤดูกาลถัดมาเขาสามารถนำทีมชนะโปรตุเกสซูเปอร์คัพ พาโปร์ตูถึงยอดของลีกเป็นครั้งที่สอง และได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุดของฟุตบอลสโมสรยุโรปซึ่งก็คือการครองตำแหน่งแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก หลังจากย้ายไปเชลซีในปีถัดมาเขายังส่งให้เชลซีเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งที่สองในรอบ 50 ปีด้วยคะแนนสูงถึง 95 คะแนน ร่วมกับการครองแชมป์ลีกคัพในฤดูกาลเดียวกัน ในปีที่สองมูรินโญ่ยังคงพาเชลซีไปถึงจุดสูงสุดของพรีเมียร์ลีก และสามารถพาสโมสรไปชนะเอฟเอคัพและลีกคัพในช่วงฤดูกาล 2006-07 มูรินโญ่ออกจากเชลซีในเดือนกันยายน ค.ศ. 2007 ท่ามกลางข่าวปัญหาความแตกแยกระหว่างตัวเองกับโรมัน อับราโมวิช เจ้าของสโมสร

หลังจากย้ายไปอินเตอร์มิลานซึ่งเป็นสโมสรในลีกเซเรียอาในปี ค.ศ. 2008 ภายในสามเดือนมูรินโญ่ก็ได้สร้างเกียรติให้กับสโมสรอิตาลีแห่งนี้โดยพาทีมชนะการแข่งขันอิตาเลียนซูเปอร์คัพ และจบฤดูกาลด้วยการครองแชมป์ลีกเซเรียอา ในฤดูกาล 2009-10 อินเตอร์มิลานกลายเป็นสโมสรแรกของอิตาลีที่สามารถทำเทรบเบิล โดยชนะเซเรียอา อิตาลีคัพ และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ซึ่งอินเตอร์มิลานไม่สามารถชนะการแข่งขันหลังสุดนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965 เขาเป็นหนึ่งในผู้ฝึกห้าคนที่สามารถทำให้สโมสรฟุตบอลสองทีมสามารถครองถ้วยยุโรป โดยอีกสี่คนที่เหลือคือ แอนสท์ ฮัพเพิล, อ็อทท์มาร์ ฮิทซ์เฟ็ลท์, ยุพพ์ ไฮน์เคส และการ์โล อันเชลอตตี และได้รับรางวัลผู้ฝึกยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่าในปี ค.ศ. 2010 จากนั้นเขาเซ็นสัญญากับเรอัลมาดริดในปี ค.ศ. 2010 และนำทีมชนะโกปาเดลเรย์ในฤดูกาลแรก ในปีต่อมาเขายังพาทีมครองแชมป์ลาลีกา ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้ฝึกคนที่ห้าถัดจากทอมิสลัฟ อีวิช, แอนสท์ ฮัพเพิล, โจวันนี ตราปัตโตนี และเอริก เคเริตส์ ที่ได้สามารถเอาชนะลีกฟุตบอลได้อย่างน้อยในสี่ประเทศคือ โปรตุเกส อังกฤษ อิตาลี และสเปน หลังจากออกจากเรอัลมาดริดในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2013 มูรินโญ่กลับไปอังกฤษเพื่อจัดการเชลซีเป็นครั้งที่สองซึ่งในระหว่างนั้นก็สามารถพาทีมชนะลีกคัพได้อีกครั้ง แต่การทำงานกับเชลซีก็มาถึงจุดสิ้นสุดในวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 2015 หลังจากมีผลงานย่ำแย่ทำให้เชลซีเกือบตกชั้น ในปี ค.ศ. 2016 มูรินโญ่ได้ย้ายไปสโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และในวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 2018 โชเซ่ มูรินโญ่ได้โดนปลดออกจากการเป็นผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

เกียรติประวัติ โชเซ่ มูรินโญ่

โปร์ตู (2002–2004)

Primeira Liga: 2002–03, 2003–04
Taça de Portugal: 2002–03
Supertaça Cândido de Oliveira: 2003
UEFA Champions League: 2003–04
UEFA Cup: 2002–2004

เชลซี (2004–2007, 2013–2016)

Premier League: 2004–05, 2005–06, 2014–15
FA Cup: 2006–07
Football League Cup: 2004–05, 2006–07, 2014–15
FA Community Shield: 2005

อินเตอร์มิลาน (2008–2010)

Serie A: 2008–09, 2009–10
Coppa Italia: 2009–10
Supercoppa Italiana: 2008
UEFA Champions League: 2009–10

เรอัลมาดริด (2010–2013)

La Liga: 2011–12
Copa del Rey: 2010–11
Supercopa de España: 2012

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (2016–2018)

อีเอฟแอลคัพ: 2016–17
เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์: 2016
ยูฟ่ายูโรปาลีก: 2016–17

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @ufaoneone

สมัครสมาชิกที่

ลิงค์เข้า http://line.me/R/ti/p/@ufaoneone