ยูฟ่าเนชั่นส์ลีก แทงบอลออนไลน์

ยูฟ่าเนชั่นส์ลีก แทงบอลออนไลน์

ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก (UEFA Nations League) คืออะไร แข่งยังไง ทำไมถึงได้รับความนิยม ถ่ายทอดสด ผลสกอร์ อัพเดทข่าว ไฮไลท์ ราคาบอล

ยูฟ่าเนชันส์ลีก (UEFA Nations League) เป็นการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติภายในยุโรปที่เป็นสมาชิกของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ที่จะเริ่มการแข่งขันขึ้นในฤดูกาล 2018 – 2019 เป็นครั้งแรก โดยเป็นทัวร์นาเมนท์ใหม่ที่มีมติให้จัดขึ้น 2 ปี เพื่อที่จะไม่ให้ชนกับรายการแข่งขันใหญ่ที่มีเป็นประจำอย่างศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย และ การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ฟุตบอลยูโร รอบสุดท้าย

UFABET จากความสำเร็จจากรายการปรีซีซั่นอย่าง ICC Cup ที่ดึงสโมสรฟุตบอลชั้นนำร่วมแข่งกันก่อนเปิดฤดูกาล ทั่วโลก เป็นการดึงความสนใจของแฟนบอล มากว่าการเตะเพื่อเตรียมทีมทั่วๆ ไป ทำให้ทาง ยูฟ่า เกิดความคิดคล้ายๆ กันจัดทัวร์นาเมนต์ที่เรียกว่า ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ขึ้นมา

ยูฟ่า-เนชั่นส์-ลีก-(UEFA-Nations-League)

ยูฟ่า-เนชั่นส์-ลีก-(UEFA-Nations-League)

ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก คือ ?

ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นทดแทนเกมกระชับมิตรของเหล่าชาติในยุโรป โดยมีเงินรางวัลมหาศาลตอบแทน และสิทธิ์ในการเข้าไปเล่น ยูโร รอบเพลย์ออฟ ด้วย ไม่แน่ในอนาคตก็จะเป็นสิทธิ์การเข้าไปเล่น ฟุตบอลโลก ของบรรดาชาติในยุโรป ด้วยก็เป็นได้

แนวคิดง่ายๆ เริ่มจากการแบ่ง 55 ชาติในทวีปยุโรป ออกเป็น 4 ลีก ไล่เรียงตามลำดับ ค่าสัมประสิทธิ์ หรือฟีฟ่า แรงกิ้ง ทำให้ทีมที่อยู่ในระดับเดียวกัน “แทงบอลออนไลน์” ต้องฟาดแข้งกัน โดยมีการเลื่อนชั้น ตกชั้น อีกด้วย

ลีก A ประกอบด้วย 12 ทีมที่มีค่าสัมประสิทธิ์ตั้งแต่อันดับ 1-12
ลีก B ประกอบด้วย 12 ทีมที่มีค่าสัมประสิทธิ์ตั้งแต่อันดับ 13-24
ลีก C ประกอบด้วย 15 ทีมที่มีค่าสัมประสิทธิ์ตั้งแต่อันดับ 25-39
ลีก C ประกอบด้วย 16 ทีมที่มีค่าสัมประสิทธิ์ตั้งแต่อันดับ 40-55

รูปแบบการแข่งขัน ยูฟ่าเนชันส์ลีก

สำหรับการแข่งขัน ยูฟ่าเนชันส์ลีก ครั้งแรกที่จะเริ่มต้นในฤดูกาลที่ 2018 – 2019 จะมีการจัดอันดับดิวิชั่นโดยการวัดจากค่าสัมประสัทธิ์ จากทีมชาติสมาธิยูฟ่าทั้งหมด 55 ชาติ โดยแบ่งเป็น

  • ลีก A 12 ทีมชาติที่ดีที่สุด
  • ลีก B 12 ทีมชาติที่รองลงมา
  • ลีก C 15 ทีมชาติที่รองลงมา
  • ลีก D 16 ทีมชาติสุดท้าย

นอกจากแบ่งเป็น 4 ลีกแล้ว ภายในลีกยังแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็นลีกละ 4 กลุ่ม โดยแบ่งจากการจับสลากดังนี้

ลีก A
กลุ่ม 1 : เยอรมัน, ฝรั่งเศส, ฮอลแลนด์
กลุ่ม 2 : เบลเยี่ยม, สวิตเซอร์แลนด์, ไอซ์แลนด์
กลุ่ม 3 : โปรตุเกส, อิตาลี, โปแลนด์
กลุ่ม 4 : สเปน, อังกฤษ, โครเอเชีย

ลีก B
กลุ่ม 1 : สโลวาเกีย, ยูเครน, เช็ก
กลุ่ม 2 : รัสเซีย, สวีเดน, ตุรกี
กลุ่ม 3 : ออสเตรีย, บอสเนีย, ไอร์แลนด์เหนือ
กลุ่ม 4 : เวลส์, ไอร์แลนด์, เดนมาร์ก

ลีก C
กลุ่ม 1 : สก็อตแลนด์ , อัลเบเนีย, อิสราเอล
กลุ่ม 2 : ฮังการี, กรีซ, ฟินแลนด์, เอสโตเนีย
กลุ่ม 3 : สโลวีเนีย, นอร์เวย์, บัลเกเรีย, ไซปรัส
กลุ่ม 4 : โรมาเนีย, เซอร์เบีย, มอนเตเนโกร, ลิทัวเนีย

ลีก D
กลุ่ม 1 : จอร์เจีย ,ลัตเวีย, คาซัคสถาน, อันดอร์รา
กลุ่ม 2 : เบลารุส, ลักเซมเบิร์ก, มอลโดว่า, ซาน มาริโน่
กลุ่ม 3 : อาเซอร์ไบจาน, หมู่เกาะแฟโร, มอลต้า, โคโซโว
กลุ่ม 4 : มาเซโดเนีย, อาร์เมเนีย, ลิกเทนสไตน์, ยิบรอลตาร์

ภายในแต่ละกลุ่มจะใช้ระบบกลุ่ม เล่นเหย้า-เยือน พบกันหมด ใครแต้มมากที่สุดก็จะเป็นแชมป์กลุ่ม แชมป์กลุ่ม 4 กลุ่มในลีก B,C,D จะได้เลื่อนขึ้นไปเล่นในลีกที่สูงขึ้นในครั้งถัดไป เช่นอยู่ในลีก D ก็จะได้เลื่อนขึ้นไปเล่นลีก C และทีมบ๊วยของแต่กลุ่มในลีก A,B,C ก็จะตกชั้นลงไปเล่นในลีกล่างใน เนชั่นส์ ลีก ครั้งถัดไป

สรุปง่ายๆ ก็คือ แต่ละลีกจะมีทีมเลื่อนชั้น และตกชั้น ลีกละ 4 ทีม และสำหรับลีกสูงสุดอย่างลีก A จะมีการชิงแชมป์ลีก โดยเอาแชมป์แต่ละกลุ่มมาเล่นรอบน็อคเอาท์ ใช้ระบบนัดเดียวจบ โดยผู้ที่มีคะแนนเหนือกว่าจะได้เป็นเจ้าบ้าน