เป้าหมายเพื่อการเป็นเป็นกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบถาวร

เป้าหมายเพื่อการเป็นเป็นกุนซือ-แมนฯ-ยูไนเต็ด-แบบถาวรเป้าหมายเพื่อการเป็นเป็นกุนซือ-แมนฯ-ยูไนเต็ด-แบบถาวร - ufabet

เป้าหมายเพื่อการเป็นเป็นกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบถาวร

เป้าหมายเพื่อการเป็นเป็นกุนซือ-แมนฯ-ยูไนเต็ด-แบบถาวร

เป้าหมายเพื่อการเป็นเป็นกุนซือ-แมนฯ-ยูไนเต็ด-แบบถาวร – ufabet

เปิด 4 เป้าหมายที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องพยายามทำให้ได้เพื่อโอกาสเป็นกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบถาวร ตามความฝันของเจ้าตัว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเผชิญกับความยากลำบากในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2018/19 จนส่งผลให้ต้องปลด โชเซ่ มูรินโญ่ แล้วตั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวไปจนจบซีซั่นนี้

อดีตยอดดาวยิงซูเปอร์ซับ วัย 45 ปี แย้มแล้วว่า อยากจะได้เป็นกุนซือถาวรให้กับ “ปีศาจแดง” อย่างไรก็ตาม นี่คือ 4 เป้าหมายที่เขาควรต้องทำให้ได้ถึงจะมีโอกาสเช่นนั้นตามการวิเคราะห์จากเว็บไซต์ สปอร์ตสกีดาดอตคอม

พาทีมจบท็อปโฟร์คว้าตั๋วไป แชมเปี้ยนส์ ลีก

เป้าหมายเพื่อการเป็นเป็นกุนซือ-แมนฯ-ยูไนเต็ด-แบบถาวร1

เป้าหมายเพื่อการเป็นเป็นกุนซือ-แมนฯ-ยูไนเต็ด-แบบถาวร – ufa11

เรื่องคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของ แมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่ต้องพูดถึงกันแล้ว โดยเป้าหมายตอนนี้คือจบซีซั่นด้วยการอยู่ใน 4 อันดับแรกให้ได้เท่านั้น

ในการเจอกับทีมคู่แข่งบิ๊ก 6 ที่เหลือนั้น “ปีศาจแดง” ต้องออกไปเยือน 2 เกม (สเปอร์ส, อาร์เซน่อล) และเล่นในบ้าน 3 เกม (แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, เชลซี)

แม้ดูจากคะแนนแล้วอาจเป็นเรื่องยาก แต่ถ้า โซลชา พาทีมติดท็อปโฟร์ได้จริง สโมสรก็คงต้องตอบแทนเขาด้วยสัญญาถาวรแล้วล่ะ ufabet

นำความสุข และการเล่นเกมรุกคืนสู่แฟนบอล

เป้าหมายเพื่อการเป็นเป็นกุนซือ-แมนฯ-ยูไนเต็ด-แบบถาวร2

เป้าหมายเพื่อการเป็นเป็นกุนซือ-แมนฯ-ยูไนเต็ด-แบบถาวร – ufa11

โซลชา เริ่มต้นเปลี่ยนแปลง “ปีศาจแดง” ให้กลับมาเล่นเกมรุกอีกครั้ง และทำให้ทีมมีบรรยากาศดีขึ้นมากต่างกับสมัยที่ มูรินโญ่ กุมบังเหียน

นอกจากนั้น โซลชา ยังทำให้นักเตะในทีมอย่าง ปอล ป็อกบา คืนฟอร์มเก่งได้อีกด้วย และทุกนัดจะมีค่าเฉลี่ยโอกาสยิงประตูสูงขึ้นมาก

หากอดีตเจ้าของฉายาเพชฌฆาตหน้าทารกยังสามารถสร้างความเอนเตอร์เทนให้กับแฟนบอลไปจนจบฤดูกาลก็เชื่อว่าทุกคนพร้อมหนุนหลังเขาให้เป็นกุนซือถาวร ufa11

ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก

เป้าหมายเพื่อการเป็นเป็นกุนซือ-แมนฯ-ยูไนเต็ด-แบบถาวร3

เป้าหมายเพื่อการเป็นเป็นกุนซือ-แมนฯ-ยูไนเต็ด-แบบถาวร – ufa11

อีกหนึ่งจุดที่อาจทำให้ โซลชา ได้คุม แมนฯ ยูไนเต็ด ถาวรคือทำให้บอร์ดสโมสรเชื่อมั่นว่า เขามีแท็กติกที่เหมาะสมในการสู้กับบรรดาทีมหัวแถวของยุโรป

สมัยเป็นนักเตะ โซลชา เคยเป็นฮีโร่พา “ปีศาจแดง” คว้าแชมป์ยุโรปมาแล้ว แต่ในการเป็นกุนซือคงไม่ใช่งานง่ายที่ซีซั่นนี้จะพาทีมไปถึงแชมป์ โดยแค่ไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ก็ถือว่า ประสบความสำเร็จแล้ว

แมนฯ ยูไนเต็ด มีศึกหนักรออยู่ในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เพราะจะต้องเจอกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่จาก ลีก เอิง ฝรั่งเศส แม้งานไม่ง่าย แต่บอลในระบบ 2 นัดเหย้าเยือนอะไรก็เกิดขึ้นได้ ยิ่งตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ดเน้นเกมรุกมากขึ้น สนุกแน่นอน สมัครสมาชิก

คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ

เป้าหมายเพื่อการเป็นเป็นกุนซือ-แมนฯ-ยูไนเต็ด-แบบถาวร4

เป้าหมายเพื่อการเป็นเป็นกุนซือ-แมนฯ-ยูไนเต็ด-แบบถาวร – ufa11

ตอนนี้ดูแล้ว แชมป์ เอฟเอ คัพ น่าจะเป็นความหวังที่มีโอกาสมากสุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดย “ปีศาจแดง” จะประเดิมเล่นรอบ 3 กับ เร้ดดิ้ง ในเดือนมกราคม

โซลชา คงหวังพาทีมครองแชมป์ เอฟเอ คัพ ให้ได้เหมือนสมัยที่เขายังเป็นนักเตะ และถ้าทำได้สำเร็จก็จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้บอร์ดสโมสรมอบสัญญาถาวรกับเขา โปรโมชั่น

ประวัติ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เกิดที่เมือง คริสเตียนซุนด์ ประเทศ นอร์เวย์ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปี 1973 โดยเริ่มต้นเล่นฟุตบอลเป็นเพียงงานอดิเรกกับสโมสร เคลาเซเนนเก้น ทีมระดับดิวิชั่น 3 ของ นอร์เวย์ ก่อนจะโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงจนกระทั่งถูก โมลด์ ทีมในลีกสูงสุดของ นอร์เวย์ ดึงตัวเข้าไปร่วมทัพเมื่อปี 1995

หลังจากที่ โซลชา ในวัย 22 ปี ย้ายมาอยู่กับ โมลด์ ได้ไม่ทันไรก็สามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจจนกระทั่งถูกเรียกตัวไปติด ทีมชาตินอร์เวย์(ชุดใหญ่) ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวเจ้าตัวถูกบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ของ ยุโรป สนใจคว้าตัวเข้ามาร่วมทัพพร้อมกับถูกยกให้เป็น “อลัน เชียร์เรอร์ แห่งนอร์เวย์” ในช่วงเวลานั้น ดูบอลออนไลน์

ก้าวเข้าสู่ โรงละครแห่งความฝัน

ช่วงซัมเมอร์ปี 1996 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจควักเม็ดเงินมูลค่า 1.5 ล้านปอนด์ ดึงตัว โซลชา มาจากสโมสร โมลด์ ก่อนที่เจ้าตัวจะโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจตั้งแต่ซีซั่นแรกในสีเสื้อของ “ปีศาจแดง” หลังจากถล่มสกอร์ในลีกไปถึง 18 ประตู พร้อมกับคว้าตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของทีมมาครอง และซิวแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจบซีซั่น 1996/97

จากผลงานอันร้อนแรงตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่งผลให้บรรสาวก “เร้ด อาร์มี่” ตั้งฉายาให้ โซลชา เป็น “เพชรฆาตหน้าทารก” แต่อย่างไรก็ตาม ชีวิตมีขึ้นก็ต้องมีลงเมื่อการถล่มประตูแบบเป็นกอบเป็นกำของดาวยิง ทีมชาตินอร์เวย์ เริ่มไม่ต่อเนื่องส่งผลให้ “ปีศาจแดง” ตัดสินใจทุ่มงบมูลค่าราว 12 ล้านปอนด์ คว้าตัว ดไวท์ ยอร์ค เข้ามาร่วมทีม ท่ามกลางข่าวลือว่า โซลชา อาจย้ายออกจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในเวลาต่อมา

แต่อย่างไรก็ตามสุดท้าย โซลชา ได้ตัดสินใจที่จะอยู่ท้าชิงตำแหน่งตัวจริงกับ “ปีศาจแดง” ต่อไป และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เจ้าตัวเริ่มสร้างชื่อขึ้นมาใหม่ในฐานะ “หัวหอกซูเปอร์ซับ” ด้วยการยิงประตูสำคัญได้บ่อยครั้งจากการลงมาเป็นตัวสำรอง โดยเฉพาะแมตช์ที่เจ้าตัวซัดคนเดียวถึง 4 ประตูภายใน 12 นาที (เอาชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 8-1) จนสร้างสถิติใหม่ของฟุตบอลอังกฤษขึ้นมา

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความประทับใจให้กับสาวก “เร้ด อาร์มี่” แบบไม่มีวันลืมเลือนคือเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 1998/99 ที่เจ้าตัวถูกส่งลงมาซัดประตูชัยได้ในวินาทีสุดท้ายพาทีมเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ไปอย่างสุดแสนดราม่าด้วยสกอร์ 2 ประตูต่อ 1

ก้าวแรกของการคุมทีม

ภายหลังจากที่ โซลชา ประกาศแขวนสตั๊ด เจ้าตัวได้ไปเป็นโค้ชศูนย์หน้าให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก่อนจะถูกแต่งตั้งให้ขึ้นมาเป็น ผู้จัดการทีม ชุดสำรองของ “ปีศาจแดง” พร้อมกับทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยการพา แมนฯ ยูไนเต็ด (ทีมสำรอง U23) คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก สำรอง 1 สมัย, แชมป์ พรีเมียร์ลีก สำรองตอนเหนือ 1 สมัย, แชมป์ แลนคาเชียร์ ซีเนียร์ คัพ 1 สมัย และแชมป์ แมนเชสเตอร์ ซีเนียร์ คัพ อีก 1 สมัย

หลังจากนั้น (ปี 2010-2014) โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้เริ่มจับงานคุมทีมชุดใหญ่ครั้งแรกด้วยการเป็นกุนซือให้กับอดีตต้นสังกัดอย่าง โมลด์ และยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัย รวมไปถึงซิวถ้วย นอร์เวย์ คัพ มาได้อีก 1 รายการ

บททดสอบที่แสนสาหัสในลีกอังกฤษ

เข้าสู่ช่วงต้นปี 2014 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ย้ายมารับเผือกร้อนด้วยการคุมทีม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ พร้อมกับแบกรับภาระกิจในการช่วยให้ต้นสังกัดอยู่รอดบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2013/14 แต่สุดท้ายก็ทำได้ไม่สำเร็จเมื่อเจ้าตัวคุมทัพ “บลูเบิร์ด” ลงเล่นเกมลีก 18 นัด (ชนะ3 เสมอ3 แพ้12) ตกชั้นด้วยอันดับสุดท้ายของตาราง

หลังจากนั้น คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ต้องตกชั้นลงไปเล่นในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งผลงานของพลพรรค “บลูเบิร์ด” ยังคงไม่กระเตื้องส่งผลให้ช่วงปลายปี 2014 โซลชา โดนเด้งจากตำแหน่งกุนซือ และกลับไปรับงานคุมทีม โมลด์ อีกครั้งในช่วงเดือน ตุลาคม ปี 2015

คัมแบ็ค โอลด์ แทรฟฟอร์ด

วันที่ 19 ธันวาคม 2018 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ผู้จัดการทีม ชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปจนจบฤดูกาล 2018/19 หลังจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ทำผลงานได้น่าผิดหวังโดยเฉพาะความพ่ายแพ้ต่อทีมคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล ในศึก “แดงเดือด” ที่สนาม แอนฟิลด์ แบบไร้ทางสู้ด้วยสกอร์ 1-3 ข่าวกีฬาเพิ่มเติม

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @ufaoneone

สมัครสมาชิกที่

ลิงค์เข้า http://line.me/R/ti/p/@ufaoneone